สภาพก่อนล้างไตช่องท้อง

 

นับแต่ทราบว่าแม่เป็นไตวายระยะสุดท้าย เราก็ศึกษาเรื่องไตวายระยะสุดท้าย ดำเนินตามคู่มือการดูแลตนเอง และออกกำลังกาย แต่ที่ได้ประโยชน์คือผู้ที่ประสบปัญหาเดียวกับเรา ซึ่งเขาได้เ่ล่าแลกประสบการณ์ที่ผ่านมา เช่นคุณเป๋าตุงได้เล่า “การล้างไตทางช่องท้อง :ทางเลือกสำหรับคนที่กำลังตัดสินใจ laughing  ทำให้ได้ข้อคิดและข้อมูลในการตัดสินใจมากขึ้น จึงทำใจได้หากต้องล้างไต

แรก ๆ ที่เป็นหมอบอกว่าแม่ซีด ต้องให้เลือด และเมื่อให้เลือดไปได้สามวันอาการก็ดีขึ้น สามเดือนผ่านไป หมอนัดมาตรวจใหม่ และแจ้งว่า ไตขับน้ำไม่ได้แล้ว ต้องรีบเจาะท้องมิฉะนั้นจะไม่ทันการณ์ ซึ่งก่อนหน้า่นี้เราได้คุยเพื่อเตรียมใจแล้ว การเจาะท้องจึงเป็นสิ่งที่่่ทำใจสำหรับแม่แล้ว

เลือกล้างไตช่องท้อง

เมื่อถูกส่งไปห้องล้างไตช่องท้อง ทีมพยาบาลที่ห้องนี้ ทำให้คนไข้รู้สึกอบุอุ่น เป้็นกันเอง และมีส่วนสนับสนุนให้การเลือกล้างไตช่องท้องง่ายขึ้น เพราะนอกจากการรักษาทางการแพทย์แล้ว การประคับประคองผู้ป่วยระยะสุดท้ายแบบแม่ก็ต้องการกำลังใจ และอัธยาศัยที่ดีด้วย 

อีกเหตุผลที่แม่เลือกล้างไตช่องท้องเพราะ แม่เห็นว่าทำเองที่บ้านได้ ไม่ต้องวนเวียนมาโรงพยาบาล ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับบ้านที่คุ้นเคยเพราะแม่อายุเกือบ 80 ปีแล้ว คนสูงอายุจะติดบ้าน มีสิ่งที่ตัองระวังคืออาหารและความสะอาด ซึ่งสองเรื่องนี้ไม่มีปัญหาสำหรับที่บ้านเลยเรียกว่าผ่านตามเกณฑ์  555 laughing

และที่สำคัญคือ รัฐบาลสนับสนุนน้ำยาฟรี ส่งถึงบ้านเลย!!! นี่แหละสุดยอดมากโครงการนี้ แต่ที่น่าสนใจอีกคือ เมื่อล้างไตทางช่องท้องแล้วทานอาหารได้ทุกอย่าง ที่เคยต้องควบคุมอาหารก่อนล้างไต ก็ไม่ต้องคุม และทานได้มากยิ่งดี  การล้างไตยังต้องทานผลไม้ให้มาก ผลไม้ที่มีโปแตสเซียมสู เช่นกล้วยทุกชนิด แก้วมังกร มะเฟือง มะขามหวานฯลฯ (คนฟอกไตทานไม่ได้หรือต้องควบคุมจำกัดการทาน) แหมรู้งี้ตัดสินใจไปอย่างรวดเร็วแล้ว

IMG_0088

ตัวอย่างผลไม้ที่ผู้ป่วยล้างไตช่องท้องทานได้ 

 

 

นับแต่แม่ทราบว่าเป็นไตวายระยะสุดท้าย (25 พฤษภาคม 2558) ผ่านไป 5 เดือน ก็ต้องเจาะช่องท้องเพือวางสายล้างไตทางช่องท้อง(24 ตุลาคม 2558) ผ่านไปได้สิบวันก็ล้างไตช่องท้อง จนบันนี้ผ่านไปเกือบสองเดือน ก็เป็นปกติดี และดีกว่าไม่ล้างไต เพราะไม่อึดอัด หลับสบาย และหมอก็ให้ฉีดยากระตุ้นเม็ดเลือดสองครั้งต่อสัปดาห์ ซึ่งก็ฉีดเองที่บ้ัานได้สบาย ๆ

กล่าวได้ว่า หากที่บ้านมีคนอยู่และช่วยดูแลผู้ป่วยได้ คุณภาพชีวิตของคนล้างไตทางช่องท้องจะดี เพราะสามารถใช้ชีวิตปกติทีีบ้าน เพราะจะได้รับความรัก ความใส่ใจ การสัมผัสกอดที่อบอุ่น (นอกเหนือจากทางการแพทย์ที่เข้าใจผู้ป่วยและช่วยเหลือตามหลักการแพทย์)  แค่นีึ้ก็เป็นสุขแล้ว ยิ่งหากเตรียมใจให้ผู้ป่วยระยะสุดท้าย มีความพร้อมที่จะเผชิญชีวิตในระยะสุดท้ายอย่างสงบ  การเผชิญความตายก็ไม่ใช่สิ่งน่ากลัว แค่นี้ก็เป็นสุขแล้วสำหรับผู้ป่วยไตวายระยะสุดท้าย!!! 

 

อาหารค้างคืน อาหารไม่สุก ระวังติดเช้ื้อทางช่องท้อง

 ผ่านไปได้เพียงเดือนเดียว แม่ก็ติดเชื้อ แต่เมื่อมาทบทวนดูก็พบว่าทานน้ำพริกเห็ดและเป็นเห็ดค้างคืน  แต่พวกเราไม่ได้รอให้ปวดท้องรุนแรงหรอก พอรู้ว่าท้องเสีย และน้ำออกมาขุ่น มีสีแดง (ปกติจะสีขาวใส หรือแบบน้ำสับปะรดใส)จึงรีบพาไปโรงพยาบาล พร้อมหิ้วถูงน้ำยาไป ทัีมพยาบาลห้องล้างไตช่องท้องของรพศ.นครปฐมก็น่ารักมากดำเนินการถ่ายน้ำยาออกทางช่องท้อง  และนำถุงน้ำยาจากบ้านไปตรวจทันที 

 

20151115_044254

สีองน้ำยาล้างไตที่ออกมาเมื่อติดเชื้อ

 

หลังตรวจพบว่าติดเชื้อ พวกเราต้องไปรับน้ำยาฆ่าเชื้อผสมในน้ำยาล้างไตทุกสองวัน และนำน้ำยาที่ออกมาให้ตรวจว่าเชื้อหมดรึยัง ระหว่างบ้านกับโรงพยาบาล 3 สัปดาห์ที่ต้องไปทุกสองสามวัน เป็นอะไรที่เข็ด และต้องระวังมากขึ้น ไม่ทานเห็ดค้างคืน ทุกอย่างต้องร้อน ปรุงสุก ล้างมือให้สะอาดก่อนทาน ของค้างไม่ทานหากทานต้องให้เดือด 

 

ทำไมเท้าบวมไม่ยุบเลย!!!

 เท้าบวมเป็นเรื้องปกติของคนเป็นโรคไต แต่หากบวมมากต้องหาสาเหตุ และสังเกตเอง  เท้าบวมมากถึงขนาดว่าขาและน่องเต่ง เท้าหนัก ๆ ทำให้ต้องหาสาเหตุ จนในที่สุดพบว่า การล้างไตในระยะแรก ๆ แม่นั่งล้าง คือถ่ายน้ำยาเข้าออก ทำให้น้ำไปลงเท้า (ช่วงแรกถามหมอ หมอก็บอกว่าผลเลือดปกติ จึงไม่ทราบสาเหตุ ) ระยะหลังจึงนอนล้าง ปรากฎว่าเท้ายุบทันที  และพยายาม "ทานโปรตีนให้มาก" โดยเฉพาะไข่ขาววันละ 5 ฟอง ปลาและหมู  ดังนั้น การยกขาสูงเวลาถ่ายนำ้ยา เวลานอนกลางคืนและทานโปรตีนให้มาก จะช่วยบรรเทาปัญหานี้ 

อย่างไรก็ตาม หากเดินทั้งวันเท้าก็จะบวม ต้องนอนยกเท้า และพักเท้า แม้จะเท้าบวม แต่ก็ไม่แน่นหน้าอกเหมือนแต่ก่อน

20151105_053857

 

  แรกๆ นั่งล้างไต

20151126_061147

 

 ระยะหลังยกเท้าสู

 

อาหารการกินและการใช้ชีวิต

เราเน้นทานปลา ทำอาหารประเภทต้ม หรือแกงป่าไม่เผ็ด เช่นแกงป่าปลา ต้มยำปลา ปลาคลุกกระเทียมพริกไทยนำมานึ่งอบ ไม่ว่าจะเป็นปลานิล ปลาทราย ปลากุเลา ปลาแซลมอนฯ ทำให้ทานได้สบาย ๆ เน้นจืดและเผ็ดเคร่ื่องเทศมากกว่าพริก

ผลไม้ก็ทานได้หมด ยกเว้นทุเรียน ขนุน แตงโม พยายามทานกล้วยทั้งหลายด้วย (คนฟอกไตด้วยเครื่องทานกล้วยไม่ได้) 

แม่จะนอนทั้งวัน เพราะเลือดน้อย บางทีก็ชวนทำกิจกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นหั่นผัก เด็ดผัก หรือซักผ้า(ด้วยเคร่ื่อง)  แต่ทุกอย่างทีทำก็เพื่อให้เพลิน ๆ สบาย ๆ ขณะล้างไตก็เปิดเทปธรรมะให้นอนฟัง ดูแล้วการทำใจกับความเจ็บป่วย และความตายจึงไม่ได้เป็นกังวลกับแม่ แม่บอกว่า "อยากเป็นอาจารย์ใหญ่" 

 

เราสังเกตดูว่าเวลาน้ำยาอยู่ในท้อง7-8 ชั่วโมงจะมีสีเหลืองใสสับปะรด แต่หาก 4-6 ชั่วโมงจะสีขาวใส  

การใช้ชีวิตก็ปกติดี บางทีแข็งแรงก็พาไปพักผ่อน ไปเที่ยวนอกสถานที่ เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ สังเกตว่าหากแข็งแรง และไปนอกสถานที่จะสดช่ื่น ทานได้มาก

 

โจทย์ใหม่ที่ต้องแก้  เกร็ดเลือดต่ำ ต้องมารับยาธาตุเหล็กทุกสัปดาห์รวม 10 เข็ม 10 สัปดาห์ 

การไปโรงพยาบาลทุก ๆ สัปดาห์ เป็นอะไรที่เบื่อสำหรับผู้ป่วยและญาติ แม้พยาบาลและหมอจะมีอัธยาศัยดี แต่เมื่อพบกับปัญหาเฉพาะตัวของแม่ที่เกร็ดเลือดต่ำ ก็ต้องยอมรับสภาพ อย่างไรก็ตามเราได้ต่อรองและขอทดลองทานยาบำรุงเลือดและโปรตีน ผลไม้ให้มากขึ้น  และขอเวลา 1 เดือน หากไม่ดีขึ้น จะยอมรับการรักษาที่หมอและพยาบาลเสนอ 

ซึ่งหมอและพยาบาลก็ตกลง ...เย้ !!!

ตอนนี้เราเริ่มหาว่า ใครล้างไตแบบแม่บ้าง อยากไปคุย ไปแลกเปลี่ยนให้กำลังกัน เพื่อจะได้เรียนรู้การปรับตัว การหาทางเลือกอื่น ๆ ในการประคับประคองแม่ นอกเหนือจากทางการแพทย์ที่ได้รับอย่างดีแล้ว 

หัวหน้าแผนกล้างไตช่องท้อง (คุณบุญพริ้ง)ก็น่ารักมาก เข้าใจงานดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง ก็ให้รายชื่อคนไข้ล้างไตช่องท้องในละแวกใกล้เคียงบ้านเรามาจำนวนหนึ่ง 

แล้วจะมารายงานว่าเป็นอย่างไร.......

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet